จากกรณีศึกษาสุดฮือฮาของ ‘คุณณัฐริกา แก้วใส’ วัย 35 ปี พนักงานออฟฟิศที่ต้องเผชิญกับอาการปวดหลังเรื้อรังจากออฟฟิศซินโดรมมานานกว่า 5 ปี เธอตัดสินใจเข้าร่วมโปรแกรม “Core Strong Challenge” ซึ่งริเริ่มโดยสถาบันสุขภาพ HealthFit เมื่อ 2 เดือนก่อน โดยโปรแกรมนี้เน้นการฝึกแกนกลางลำตัวด้วยนวัตกรรมใหม่ที่เรียกว่า “Adaptive Plank” ซึ่งปรับระดับความยากตามความสามารถของผู้ฝึกแต่ละคน และผลลัพธ์ที่ตามมานั้นเกินคาด

ณัฐริกาเล่าว่า หลังจากเข้าร่วมโปรแกรมมาได้เพียง 4 สัปดาห์ อาการปวดหลังของเธอก็เริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากที่เคยต้องกินยาแก้ปวดเกือบทุกวัน ตอนนี้แทบจะไม่ต้องพึ่งยาอีกแล้ว ไม่ใช่แค่เรื่องอาการปวด แต่รูปร่างของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างไม่น่าเชื่อ หน้าท้องที่เคยยื่นออกมาก็แบนราบลง เอวคอดขึ้นจนคนรอบข้างทัก เธอรู้สึกว่าตัวเองมีพลังในการใช้ชีวิตประจำวันมากขึ้น สามารถพาลูกไปปีนเขาได้โดยไม่เหนื่อยง่ายเหมือนเมื่อก่อน

สิ่งที่น่าสนใจคือ “Adaptive Plank” ที่ณัฐริกาฝึกนั้นไม่ใช่แค่การทำท่าแพลงก์แบบเดิมๆ แต่เป็นการผสมผสานโปรแกรม AI เข้าไปเพื่อวิเคราะห์ท่าทางและให้ฟีดแบ็กแบบเรียลไทม์ ทำให้ผู้ฝึกสามารถปรับปรุงและพัฒนาได้อย่างถูกจุด นอกจากนี้ โปรแกรมยังมีการสลับท่าฝึกคอร์บอดี้อื่นๆ เช่น Dead Bug, Bird-Dog และ Russian Twists เข้ามาเสริม เพื่อให้กล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวทุกส่วนได้รับการกระตุ้นอย่างทั่วถึง จึงไม่ใช่แค่การลดพุง แต่เป็นการสร้างความแข็งแกร่งจากภายในอย่างแท้จริง

ศาสตราจารย์ ดร.สมศักดิ์ เจริญสุข ผู้เชี่ยวชาญด้านสรีรวิทยาการออกกำลังกายจากมหาวิทยาลัยสุขภาพและพลศึกษา ได้ให้ความเห็นถึงกรณีของคุณณัฐริกาว่า “นี่เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าการลงทุนกับการฝึกแกนกลางลำตัวเป็นสิ่งสำคัญ ไม่เพียงช่วยบรรเทาอาการปวดที่เกิดจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน แต่ยังช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตโดยรวม หลายคนอาจสงสัยว่า เล่นหน้าท้องกี่วันเห็นผล? คำตอบคือขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอและความถูกต้องของท่าฝึกเป็นหลัก การที่ณัฐริกาเห็นผลลัพธ์เร็วขนาดนี้ ส่วนหนึ่งมาจากโปรแกรมที่ออกแบบมาอย่างมีประสิทธิภาพ”

เรื่องราวของคุณณัฐริกาได้จุดประกายความหวังให้กับอีกหลายคนที่กำลังทนทุกข์ทรมานจากอาการออฟฟิศซินโดรมและปัญหาไขมันสะสมบริเวณหน้าท้อง สถาบัน HealthFit เตรียมขยายผลโปรแกรม “Core Strong Challenge” ไปยังสาขาอื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่อให้คนทั่วไปสามารถเข้าถึงการฝึกสุดล้ำนี้ได้มากขึ้น เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้ เราจะได้เห็นผู้คนหันมาใส่ใจกับการสร้างแกนกลางลำตัวที่แข็งแรงอย่างถูกวิธีกันมากขึ้นอย่างแน่นอน

คุณณัฐริกาฝากทิ้งท้ายว่า “มันไม่ใช่แค่การออกกำลังกาย แต่มันคือการลงทุนกับสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน การมีแกนกลางที่แข็งแกร่งทำให้ฉันกลับมามีความสุขกับทุกกิจกรรมที่เคยทำได้อีกครั้ง” นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของเทรนด์สุขภาพที่เปลี่ยนชีวิตคนไปอย่างแท้จริง